คำถามเมื่อยังเรียนชั้นประถม

จำได้ว่าเมื่อตอนเห็นตารางธาตุครั้งแรก (ก็ตอนเรียนชั้น ป.5 หรือ ป.6 นั่นแหละ) ก็สงสัยว่า ถ้าธาตุต่างๆ ในโลกมันมีแค่นี้ แล้วอะไรที่ทำให้ คน สัตว์ต่างๆ ต้นไม้ โต๊ะ เก้าอี้ มันต่างกัน บางอย่างมีชีวิต บางอย่างก็ไม่มีชีวิต คำถามนี้มันคาใจมาอยู่ตั้งนาน ถึงตอนนี้คิดว่าพอจะรู้คำตอบบ้างแล้วที่มาของคำตอบนี้คงจะเริ่มจากการที่ได้อ่านหนังสือ 7 Habits of Highly Effective People ของ Steven R. Covey ที่ Dr. Covey เขาเน้นเหลือเกินเรื่อง principle มันมี principle บางอย่างที่คอยกำกับให้ทุกอย่างเป็นไป การใช้ชีวิตก็ควรเป็นไปตาม principle นี้ เจอตรงนี้ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไร ต่อมาได้อ่าน A Brief History of Time ของ Stephen Hawking ท้ายๆ เล่มมีเรื่องทฤษฎีสตริงที่บอกว่าอนุภาคทุกๆอย่างล้วนมาจากสตริง มิติต่างก็มีถึงอย่างน้อย 20 มิติ แต่ด้วยข้อจำกัดของสัมผัสที่มนุษย์เรามี เราจึงรับรู้แค่ 3 มิติ (Space) แต่ถ้ารวม Time เข้าไปด้วยก็เป็น 4 มิติ ที่มาขมวดทุกเรื่องเข้าด้วยกันก็ด้วยข้อเขียนของคุณดังตฤณใน เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ที่ทำให้ทราบว่าพระพุทธเจ้าได้ถ่ายทอดคำตอบนี้ไว้ในคำสอนของพระองค์มากว่า 2500 ปีแล้วทุกอย่างล้วนมีสภาพเป็นไตรลักษณ์ ภพภูมิต่างๆ มีขึ้นตามเหตุและปัจจัย (สอดคล้องกับเรื่องมิติต่างๆ ตามทฤษฎีสตริงอย่างน่าทึ่ง) คำตอบของคำถามที่เราสงสัยมานาน ตอนนี้รู้แล้วว่า คือ ขันธ์ 5 ธาตุต่างๆ นั้นเป็นเพียงขันธ์ๆ หนึ่ง principle ที่ Dr. Covey เขียนในหนังสือก็น่าจะเป็น ปฏิจจสมุปบาท การที่เราไม่รู้ว่า ขันธ์ 5 คืออะไร ไตรลักษณ์คืออะไร ทำให้เราวิ่งวุ่นอยู่กับความวุ่นวายหรือทุกข์โดยมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากความจริงไปมาก ทางออกจากวังวนนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงชี้แนะไว้แล้ว เป็นหนทางแห่งการดับทุกข์ อันเป็นที่สุดของทุกชีวิตจึงน่าเสียดายที่ความจริงอันยิ่งใหญ่นี้ได้อยู่กับสังคมไทยมานานแล้ว แต่มีผู้สนใจปฏิบัติตามจำนวนน้อยมาก

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *